about us
our project
campaign
news and activies
knowledge
volunteer
membership
support
shop
contact us
link
index

 


 
 
 
 

ร่างพระราชบัญญัติ
คุ้มครอง และอนุรักษ์ช้าง
สัตว์สัญลักษณ์ประจำชาติ

 
ความเป็นมา
ก่อตั้งสมาคม
วัตถุประสงค์หลักของสมาคม
คณะกรรมการบริหารสมาคม
แผนผังการบริหารของสมาคมฯ    
   
บาทหลวง Arthur Broome ได้จัดชุมนุม "เพื่อป้องกันการทารุณสัตว์" ขึ้น
เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน ค.ศ. 1821 ณ Old Slaughter's Coffee House
ในกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ โดยมี ส.ส. Fowell Buxton เป็นประธานการ
ประชุม มีผู้สนับสนุนที่สำคัญได้แก่ ส.ส. Richard Martin ฉายา "Humanity Dick" (ผู้ผลักดันให้มีกฎหมายสวัสดิภาพสัตว์ขึ้น) นาง Elizabeth Fry (แห่งสถานบำบัดในเรือนจำ) และ ส.ส. William Wilberforce (ผู้รณรงค์ต่อต้านการค้าทาส) เป็นแกนนำ

ผลจากการประชุมในวันนั้น จึงได้มีการ จัดตั้งสมาคม คุ้มครองสวัสดิภาพสัตว์แห่งแรก ของโลกขึ้น ภายใต้หลักการที่ว่า "สมาคมไม่ควร เน้นการลงโทษผู้กระทำผิดเป็นหลัก และควรมี จุดมุ่งหมายสำคัญ ในการเสริมสร้างสำนึกแห่ง เมตตาจิตในสังคม" การดำเนินงานเริ่มต้นด้วย เจ้าหน้าที่เพียง 2 คน คอยสอดส่องการกระทำ การทารุณสัตว์ แต่สามารถนำตัว ผู้กระทำผิดนั้นมาขึ้นศาลได้ถึง 63 คน ภายในระยะ เวลาเพียง 6 เดือน จากนั้นก็ได้ขยายผลงาน และเกียรติคุณออกไปจนเป็นที่ กล่าวขาน

 

 
 
งานของราชสมาคมป้องกันการทารุณสัตว์ หรือ RSPCA
(Royal Society for the Prevention of Cruelty to Animals)


ได้ดำเนินการอย่างต่อเนื่อง และมีความก้าวหน้าขึ้นเรื่อยๆ ทั้งในด้านข่ายงาน และการผลักดันให้มีกฎหมาย ที่รัดกุมจนถึงทุกวันนี้ รวมเวลากว่า 175 ปีแล้ว

สำหรับประเทศไทย แม้จะมีหน่วยงาน หรือองค์กร เกี่ยวกับสวัสดิภาพสัตว์อยู่บ้างแล้ว แต่ยังไม่มี หน่วยงานใดที่ให้ความสนใจ กับปัญหาการทารุณสัตว์ อย่างจริงจัง มีการละเมิดสิทธิสัตว์หรือทารุณสัตว์ ทั้งโดยเจตนาและรู้เท่าไม่ถึงการณ์อยู่ดาษดื่น จนถูกตราหน้าจากนานาอารยประเทศและถือเป็น ข้ออ้างในการกีดกันทางการค้ามาแล้ว

จากเหตุผลดังกล่าวจึงได้มีกลุ่มบุคคลซึ่งเล็งเห็น ผลเสียที่มีต่อประเทศชาติ ทั้งในด้าน จริยธรรม สังคม และเศรษฐกิจ ได้ร่วมกันก่อตั้ง "สมาคมป้องกันการทารุณสัตว์แห่ง ประเทศไทย" ขึ้นอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 31 มกราคม 2537 โดยมี ดร.มีชัย วีระไวทยะ ให้เกียรติเป็น นายกสมาคมฯ ในเวลานั้น

ฯพณฯ พ.ต.ท. ดร. ทักษิณ ชินวัตร
นายกรัฐมนตรี
ถ่ายรูปร่วมกับ คุณพงษ์ศักดิ์ เวชชาชีวะ
ดร.มีชัย วีระไวทยะ

ทั้งนี้ยังได้รับการส่งเสริมจากองค์กรต่างๆ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ อาทิ สมาคมพัฒนาประชากรและชุมชน มูลนิธิคุ้มครองสัตว์ป่าและพรรณพืชแห่ง ประเทศไทย มูลนิธิช่วยชีวิตสัตว์ป่า บ้านสงเคราะห์สัตว์พิการ และ RSPCA ประเทศอังกฤษ

 
 

ปัจจุบันนี้ประเทศไทยถูกตราหน้าจากนานาอารย ประเทศ ว่าเป็นดินแดนป่าเถื่อน และจัดให้อยู่ในอันดับต้นๆ ของ ประเทศที่มีการล่วงละเมิดสิทธิสัตว์ หรือ ทารุณสัตว์

ไม่ว่าจะเป็นสัตว์เลี้ยง สัตว์ป่า สัตว์เศรษฐกิจหรือสัตว์ เพื่อการทดลอง ซึ่งมักจะพบเห็น ข่าวจากสื่อมวลชนทั่วไป ทั้งหนังสือพิมพ์ วิทยุ และโทรทัศน์ไม่ว่าจะเป็นการบริโภค ดีงู การนำเขากวางอ่อน อุ้งตีนหมี หรือแม้แต่ เนื้อสุนัขมาปรุง เป็นอาหารเพียงเพื่อสนอง กิเลสและความเชื่อที่ผิดๆ ซึ่งมีการร้องเรียน จากนักท่องเที่ยว ต่างประเทศอยู่เสมอ ถึงเรื่องการนำสัตว์มาทรมาน กักขัง และ บังคับให้แสดง หรือเลียนแบบมนุษย์ ไม่เว้นว่าจะเป็น ช้าง สิงโต เสือ หมี ลิง งู จระเข้ ฯลฯ

ข่าวอันน่าอับอายเหล่านี้ได้ตีพิมพ์เผยแพร่ไปทั่วโลก จนทำให้นานาประเทศ ถือเป็น ข้ออ้างในการกีดกัน ทางการค้าระหว่างประเทศมาแล้ว

ทั้งนี้ยังไม่ได้นับรวมการทารุณสัตว์ในรูปแบบต่างๆ เช่น การประหยัดเนื้อที่ เพาะเลี้ยงไก่จนคับแคบถึงขั้นทุกข์ทรมาน วิธีการฆ่าหมู วัว ควาย ของโรงฆ่าสัตว์ หรือการใช้กระแสไฟฟ้ากระตุ้นให้หมูวิ่งลดน้ำหนัก เพื่อให้ดูเหมือนหมูป่า เป็นต้น

 
 

จากเหตุผลดังกล่าวข้างต้น ประกอบกับข้อเท็จจริงอีกมาก ที่ยังไม่ได้รับการเปิดเผย ทำให้กลุ่มบุคคลที่มีความรัก และเมตตา ต่อสัตว์ และตระหนักถึง ผลกระทบจากการ กระทำดังกล่าวที่ จะมีต่อ ประเทศชาติ เกิดความ ตั้งใจจริง ในอันที่จะหามาตราการ ยับยั้ง การทารุณ และปกป้องคุ้มครองสิทธิตามธรรมชาติของ สัตว์ต่างๆ บุคคลเหล่านี้จึงได้ ร่วมกันก่อตั้ง สมาคมป้องกันการทารุณสัตว์แห่งประเทศไทย หรือ TSPCA (Thai Society for the Prevention of Cruelty to Animals) ขึ้นเพื่อ รณรงค์หาทาง ป้องกันและแก้ไขปัญหาการทารุณสัตว์โดยสันติวิธี

ด้วยการดำเนินงานในรูปแบบต่างๆ ทั้งในด้าน การเผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร ให้ความรู้ ความเข้าใจ และในด้านการเสริมสร้างจิตสำนึกแห่งความเมตตา ให้แก่เยาวชน และสาธารณชนโดยทั่วไปให้มี ส่วนร่วมในการสอดส่อง ป้องกันการทารุณสัตว์ และ มีบทบาทในการรณรงค์แก้ไขปัญหา การละเมิด สิทธิสัตว์ รวมถึงการเร่งให้มีกฎหมาย สวัสดิภาพ สัตว์ขึ้น ดังเช่นนานาอารยประเทศ

จากหลักความจริงที่ว่า "สัตว์แต่ละชนิดที่อาศัยอยู่บนโลกนี้ ต่างก็มีชีวิตเลือดเนื้อ และมี ความรู้สึกเจ็บปวดเช่นเดียวกับมนุษย์" จึงไม่เป็นการสมควรที่มนุษย์ทุกหมู่เหล่า โดยเฉพาะคนไทยจะไปทำร้ายทารุณสัตว์

ไปหน้าที่ 2 3