บทความโลมา

ฝูงปลาน้อยใหญ่ที่กำลังแหวกว่ายกลางสายน้ำ คงอยากจะบอกมนุย์อย่างเรา ๆ ว่าช่างมีความสุขเหลือเกินที่ได้อยู่กับน้ำอันใสสะอาด ได้อยู่กับเผ่าพันธ์ในครอบครัวเดียวกัน มีอิสระและเสรีภาพที่ธรรมชาตินั้นมอบให้ แต่ในความเป็นจริงกลับมีกลุ่มคนบางกลุ่มที่พยายามเบียดเบียนธรรมชาติเพื่อให้ได้ “เงิน ” เป็นสิ่งตอบแทน ชีวิตของโลมาหลังโหนกหรือโลมาเผือก เพศเมีย จำนวน 2 ตัว ซึ่งถือได้ว่าเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองของประเทศไทย อยู่ในมือของชาย 3 คน ที่กำลังลักลอบขนส่งให้กับลูกค้าที่จังหวัดชลบุรี ที่ต้องการนำโลมาไปอวดบารมีมากกว่าที่จะเห็นคุณค่าและประโชน์ต่อธรรมชาติ ทั้งนี้ น่าจะเป็นเพราะลักษณะพิเศษของโลมาหลังโหนก ที่ยิ่งมีอายุมากเท่าไหร่สีจะจางลงเรื่อยๆ เป็นสีออกชมพูหรือขาวเผือก นอกจากนี้ ยังมีครีบหลังเป็นฐานกว้าง โค้ง บางตัวอาจกว้างถึงหนึ่งในสามของความยาวลำตัว โลมาหลังโหนกโตเต็มวัยจะมีความยาว 2-2.8 เมตร หนัก 150-200 กิโลกรัม ส่วนลูกโลมาแรกเกิดจะมีความยาวประมาณ 1 เมตร หนัก 25 กิโลกรัม และเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจทำการตรวจสอบก็พบว่าโลมาหลังโหนกทั้ง 2 ตัว มีอาการอ่อนเพลียมาก มีบาดแผลและมีเลือดไหลออกมาจากบริเวณครีบหางและบริเวณปาก เนื่องจากการถูกทารุณให้อยู่บนผ้าใบ ในรถตู้หลังคาสูง ที่ถูกดัดแปลงโดยการถอดเบาะออก เพื่อการขนส่งโลมาที่โชคร้ายทั้ง 2 ตัว หลังจากนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงรีบดำเนินการประสานไปยังศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยตอนกลาง เจ้าหน้าที่ประมง และด่านตรวจสัตว์ป่าชุมพร มาร่วมตรวจสอบและช่วยเหลือโลมา โดยการรักษาบาดแผลและให้พักฟื้น ก่อนที่จะรีบนำตัว ปล่อยลงทะเลฝั่งอันดามัน เพื่อให้กลับคืนสู่ธรรมชาติท้องทะเล ต.ตะเส๊ะ อ.หาดสำราญ จ.ตรัง ซึ่งเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยอันอุดมสมบูรณ์ของโลมาชนิดต่างๆและพะยูน

นวันที่มีการปล่อยโลมาหลังโหนกทั้ง 2 ตัว คืนสู่ทะเลจังหวัดตรังนั้น นายคะนึง รัตนะ โต๊ะอิหม่ามมัสยิดตันหยงตะเสะ พร้อมด้วยคอเต็บ บิหล่าน และชาวมุสลิม กว่า 20คน ร่วมกันสวดดูอาร์ขอพรจากองค์อัลเลาะห์ให้คุ้มครองโลมาทั้ง 2 ตัวได้รับความปลอดภัย นายไมตรี อินทุสุต ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง นาย ประวิม วุฒิสิน รองอธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กลุ่มอนุรักษ์โลมาบ้านตะเสะ ฯลฯ และประชาชนกว่า 300 คน ร่วมกันเฝ้ามองโลมาที่แหวกว่ายลงสู่สายน้ำอันอุดมสมบูรณ์และเป็นธรรมชาติที่เหมาะสมกับวิถีของโลมาอย่างแท้จริง อีกครั้ง จะว่าไปแล้วการช่วยเหลือโลมาหลังโหนกในครั้งนี้ ต้องกล่าวชื่นชมพล.ต.ท.ไถง ปราศจากศัตรู ผบช.ก. และพล.ต.ต.สมยศ พรหมนิ่ม ผบก.ทล. ที่เห็นความสำคัญของชีวิตโลมา จึงได้มอบหมายให้ พ.ต.ต.เจริญพงษ์ ขันติโล สว.ส.ทล.4.กก.2.บก.ทล. พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่สถานีตำรวจทางหลวง 4 กองกับการ 2 (ชุมพร) จำนวนหนึ่ง ตั้งด่านสกัดบริเวณถนนสายเอเชีย ทางหลวงหมายเลข 41กม.ที่ 6-7 ต.ขุนกระทิง อ.เมือง จ.ชุมพร หลังได้เบาะแสว่าจะมีการลักลอบขนสัตว์ป่าคุ้มครองที่เส้นทางสายดังกล่าว จนสามารถจับกุมผู้ลักลอบขนโลมาและช่วยชีวิตของโลมาหลังโหนกไว้ได้ ทางด้าน สมาคมป้องกันการทารุณสัตว์แห่งประเทศไทย (TSPCA) สมาคมที่พยายามจะยุติการทำทารุณสัตว์โดยสันติวิธี ได้ติดตามข่าวคราวอย่างใกล้ชิด และรู้สึกชื่นชมในการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจเป็นอย่างมากคุณสวรรค์ แสงบัลลังค์ เลขาธิการสมาคมฯ พร้อมเจ้าหน้าที่ จึงได้ขอเข้าพบ พล.ต.ท.ไถง ปราศจากศัตรูผบช.ก.ที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อมอบใบประกาศเกียรติคุณและขอบคุณที่ตำรวจให้ความสำคัญกับชีวิตของสัตว์ที่หาได้ยากยิ่ง

ภาพของโลมาที่กำลังทุกข์ทรมานอยู่บนผืนผ้าใบคงสะท้อนให้สังคมรับรู้ว่าทุกชีวิตย่อมอยากอยู่ในที่ที่เป็นธรรมชาติมากกว่าจะมาเป็นของเล่นให้กับคนมีเงินเพียงแค่กลุ่มเดียว แต่อยากช่วยรักษาดุลของธรรมชาติต่อชีวิตและลมหายใจของมนุษย์ทุกคนที่อยู่บนโลกใบนี้ โปรดอย่าทำร้ายและพรากชีวิตสัตว์จากธรรมชาติกันอีกเลย…………..